Past Simple Tense

posted on 13 Dec 2009 15:40 by e-learning  in English

Past Simple Tense

1 ประโยค Past Simple Tense เชิงบอกเล่า

    โครงสร้าง : Subject + Verb 2

            ( ประธาน + กริยาช่องที่ 2 )

    ตัวอย่าง : 1.He walked to school yesterday. ( เขาเดินมาโรงเรียนเมื่อวานนี้ )

        2. They played volleyball last week. ( เขาทั้งหลายเล่นวอลเลย์บอลสัปดาห์ที่แล้ว )

2 ประโยค Past Simple Tense เชิงปฏิเสธ


    เมื่อต้องการแต่งประโยคใน Past Simple Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธ ทำได้ด้วยการใช้ Verb to do

    ช่องที่ 2 คือ did มาช่วย และเติม not ข้างหลัง มีโครงสร้างของประโยคดังนี้

    โครงสร้าง : Subject + did + not + Verb 1

            ( ประธาน + did + not + กริยาช่องที่ 1 )

    ตัวอย่าง : 1. He did not ( didn’t ) walk to school yesterday. ( เขาไม่ได้เดินมาโรงเรียนเมื่อวานนี้ )

        2. They did not play volleyball last week. ( เขาทั้งหลายไม่ได้เล่นวอลเลย์บอลสัปดาห์ที่แล้ว )

ข้อสังเกต : เมื่อนำ did มาใช้ในประโยคแล้วต้องเปลี่ยนกริยาช่องที่ 2 ให้เป็นกริยาช่องที่ 1 ด้วย

3 ประโยค Past Simple Tense เชิงคำถามและการตอบ

    เมื่อต้องการแต่งประโยคใน Past Simple Tense ให้มีความหมายเชิงคำถาม ทำได้ด้วยการนำ did มาวางไว้หน้าประโยค

    และตอบด้วย Yes หรือ No ซึ่งมีโครงสร้างของประโยคดังนี้

    โครงสร้าง : Did + Subject + Verb 1

            ( Did + ประธาน + กริยาช่องที่ 1 )

    ตัวอย่าง : 1. Did he walk to school yesterday ?( เมื่อวานนี้เขาเดินมาโรงเรียนใช่หรือไม่ )

                - Yes, he did. ( ใช่ เขาเดินมา )

                - No, he didn’t. ( ไม่เขาไม่ได้เดินมา )

        2. Did they play volleyball last week ?( เขาทั้งหลายเล่นวอลเลย์บอลสัปดาห์ที่แล้วใช่หรือไม่ )

                - Yes, they did. ( ใช่ เขาทั้งหลายเล่น )

                - No, they didn’t . ( ไม่ เขาทั้งหลายไม่ได้เล่น )

.4 หลักการใช้ Past Simple Tense

            1. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีต ซึ่งมักจะมีคำ กลุ่มคำ หรืออนุประโยคต่อไปนี้อยู่ในประโยค

    

คำ

กลุ่มคำ

อนุประโยค

ago

last night

when he was young

once

last year

when he was five years old

yesterday

yesterday morning

when I lived in Tokyo

 

during the war

 

             

            เช่น 1. I lived in Chaing mai 3 years ago. ( ฉันอยู่ที่เชียงใหม่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ได้อยู่แล้ว )

            2. His father died during the war. ( พ่อของเขาตายระหว่างสงคราม )

            3. He learned English when he was young. ( เขาเรียนภาษาอังกฤษเมื่อเขาเป็นเด็ก )

5 หลักการเติม ed ที่คำกริยา

            1. กริยาที่ลงท้ายด้วย e ให้เติม d ได้เลย เช่น

                    love - loved = รัก

                    move - move = เคลื่อน

                    hope - hoped = หวัง

            2. กริยาที่ลงท้าย ด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น I แล้วเติม ed เช่น

                    cry - cried = ร้องไห้

                    try - tried = พยายาม

                    marry - married = แต่งงาน

            ข้อยกเว้น ถ้าหน้า y เป็นสระ ใหเติม ed ได้เลย เช่น

                    play - played = เล่น

                    stay - stayed = พัก , อาศัย

                    enjoy - enjoyed = สนุก

                    obey - obeyed = เชื่อฟัง

            3. กริยาที่มีพยางค์เดียว มีสระตัวเดียว และลงท้ายด้วยพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดตัวเดียวให้เพิ่มพยัญชนะที่ลงท้ายอีก 1 ตัว แล้วเติม ed เช่น

                    plan - planned = วางแผน

                    stop - stopped = หยุด

                    beg - begged = ขอร้อง

            4. กริยาที่มี 2 พยางค์ แต่ลงเสียงหนักพยางค์หลัง และพยางค์หลังนั้น มีสระตัวเดียว และลงท้ายด้วยพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มพยัญชนะที่ลงท้ายอีก 1 ตัว แล้วเติม ed เช่น

                    concur - concurred = ตกลง, เห็นด้วย

                    occur - occurred = เกิดขึ้น

                    refer - referred = อ้างถึง

                    permit - permitted = อนุญาต

            ข้อยกเว้น ถ้าออกเสียงหนักที่พยางค์แรก ไม่ต้องเติมพยัญชนะตัวสุดท้ายเข้ามา เช่น

                    cover - covered = ปกคลุม

                    open - opened = เปิด

            5. นอกจากกฏที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เมื่อต้องการให้เป็นช่อง 2 ให้เติม ed ได้เลย เช่น

                    walk - walked = เดิน

                    start - started = เริ่ม

                    worked - worked = ทำงาน

 

แบบฝึกหัด Past Simple Tense 

 

edit @ 13 Dec 2009 15:46:41 by e-learning

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ขอบคุณสำหรับเนื้อหา

#1 By mint (110.49.249.241) on 2011-06-30 04:41

#2 By nan (202.44.135.35) on 2011-07-22 17:18

#3 By kanyakorn (125.27.88.195) on 2011-12-17 13:21

#4 By สุภาวดี (103.7.57.18|182.53.43.157) on 2012-09-15 15:03

I feel so much happier now I unstndeard all this. Thanks!

#5 By EimLA4CAW (94.23.238.222) on 2013-08-21 04:49

Four score and seven minutes ago, I read a sweet <a href="http://qviygq.com">arictle.</a> Lol thanks

#6 By SuKzlrVfcUD (203.160.181.182) on 2013-08-24 11:47

It's <a href="http://pnkaev.com">imrteapive</a> that more people make this exact point.

#7 By 2hgcPZixm (195.20.3.242) on 2013-08-28 12:59

#8 By นัดดาพร (110.49.234.36|110.49.234.36) on 2014-02-24 21:19

#9 By นัดดาพร (110.49.234.36|110.49.234.36) on 2014-02-24 21:19