Future Simple Tense

posted on 13 Dec 2009 15:48 by e-learning in English

เราจะใช้ประโยคแบบนี้ เมื่อ
จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในอนาคต
คือ เมื่อถึงเวลานั้นการกระทำอย่างหนึ่งจะเกิดขึ้น
ซึ่งมักจะมีคำหรือวลีที่แสดงอนาคต (Future)
ต่อไปนี้ร่วมอยู่ด้วย เช่น
tomorrow (พรุ่งนี้)
next week (month, year …) (สัปดาห์หน้า, เดือนหน้า, ปีหน้า …)
soon (ในไม่ช้า)
tonight (คืนนี้)
เช่น
She will go to Big C tomorrow. (หล่อนจะไป Big C พรุ่งนี้)
They will come here next week. (พวกเขาจะมาที่นี่สัปดาห์หน้า)

รูปคำกริยา (Verb Form) คือ
will / shall + คำกริยาช่อง 1 (รูปเดิม)
*** shall ใช้เฉพาะกับ I และ We เท่านั้น
แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใคร่นิยมใช้
โดยเฉพาะคนอเมริกันใช้ will เสมอ
รูปย่อของ will / shall คือ 'll เช่น
I shall (will) sing. หรือ I'll sing.
(ฉันจะร้องเพลง)
We shall (will) sing. หรือ We'll sing.
(พวกเราจะร้องเพลง)
You will sing. หรือ You'll sing.
(คุณจะร้องเพลง)
He will sing. หรือ He'll sing.
(เขาจะร้องเพลง)
She will sing. หรือ She'll sing.
(หล่อนจะร้องเพลง)
It will sing. หรือ It'll sing.
(มันจะร้องเพลง)
They will sing. หรือ They'll sing.
(พวกเขาจะร้องเพลง)
shall หรือ will อาจแทนด้วย
is / am / are + going to

แต่ความหมายจะแตกต่างออกไปบ้าง ดังนี้
1. แสดงความตั้งใจ เช่น
I am going to sell my car.

(ผมตั้งใจจะขายรถ)
2. แสดงความแน่ใจว่าจะเป็นเช่นนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น
His wife is going to have a baby.

(ภรรยาของเขากำลังจะมีลูก = ขณะนี้หล่อนมีครรภ์
ดังนั้นการที่หล่อนจะมีลูกจึงน่าเชื่อว่าเกิดขึ้นแน่ ๆ)
3. แสดงความคาดคะเนว่าจะต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ๆ เช่น
I think they are going to buy a new car.

(ผมคาดว่าพวกเขาจะซื้อรถยนต์คันใหม่
เพราะพวกเขามักจะพูดเสมอว่าถ้ามีเงินจะซื้อรถใหม่
และตอนนี้พวกเขาก็มีเงินพอที่จะซื้อรถคันใหม่ได้แล้ว)

การเปลี่ยนประโยคจากบอกเล่าให้เป็นปฏิเสธ
จะต้องคำนึงถึงคำกริยาในประโยคบอกเล่าดังนี้
1. ถ้าประโยคบอกเล่ามีคำว่า will หรือ shall
เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยคปฏิเสธ
ให้เติมคำว่า "not" ที่ท้าย will หรือ shall เช่น
บอกเล่า : John will go to Bangkok.

=> ปฏิเสธ : John will not go to Bangkok.
หรือ John won't go to Bangkok.
บอกเล่า : I shall come to school on foot.
=> ปฏิเสธ : I shall not come to school on foot.
หรือ I shan't come to school on foot.
2. ถ้าประโยคบอกเล่าไม่ใช้ will หรือ shall
แต่ใช้ is / am /are + going to
เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยคปฏิเสธให้เติมคำว่า "not"
ที่ท้าย is / am / are
เช่น
บอกเล่า : John is going to go to Bangkok.
=> ปฏิเสธ : John is not going to go to Bangkok.
หรือ John isn't going to go to Bangkok.
บอกเล่า : I am going to come to school on foot.
=> ปฏิเสธ : I am not going to come to school on foot.
หรือ I'm not going to come to school on foot.
บอกเล่า : They are going to buy a bicycle.
=> ปฏิเสธ : They are not going to buy a bicycle.
หรือ They aren't going to buy a bicycle.

 

การเปลี่ยนประโยคจากบอกเล่าให้เป็นคำถาม
จะต้องคำนึงถึงคำกริยาในประโยคบอกเล่าดังนี้

1. ถ้าประโยคบอกเล่ามี will หรือ shall
เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยคคำถาม ให้ทำดังนี้

(1) เอา Will หรือ Shall ขึ้นต้นประโยค
(2) คำที่เหลือเรียงเหมือนเดิม
(3) ใส่เครื่องหมายคำถาม (?) ที่ท้ายประโยค เช่น
บอกเล่า : John will go to Bangkok.
=> คำถาม : Will John go to Bangkok?
บอกเล่า : We shall come to school on foot.
=> คำถาม : Shall we come to school on foot?
2. ถ้าประโยคบอกเล่าไม่มี will หรือ shall
แต่มี is / am / are + going to
เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยคคำถาม ให้ทำดังนี้

(1) เอา Is / Am / Are ขึ้นต้นประโยค
(2) คำที่เหลือเรียงเหมือนเดิม
(3) ใส่เครื่องหมายคำถาม (?) ที่ท้ายประโยค เช่น
บอกเล่า : John is going to go to Bangkok.
=> คำถาม : Is John going to go to Bangkok?
บอกเล่า : We are going to come to school on foot.
=> คำถาม : Are we going to come to school on foot?

Yes / No Question คือ ประโยคคำถาม
ที่ต้องการคำตอบว่า Yes หรือ No
เวลาออกเสียง ท้ายประโยคจะต้องออกเสียงสูงขึ้น
การตอบคำถามแบบ Yes / No Question
จะมี 2 แบบ ตามลักษณะของรูปประโยคคำถาม คือ
1. ถ้าประโยคคำถามขึ้นต้นด้วยคำกริยาช่วย Will หรือ Shall
เวลาตอบก็ต้องใช้คำกริยาช่วย will หรือ shall
เช่น
Will John go to London next week?
=> Yes, he will.
หรือ No, he will not (won't).
Will you come to school on foot?
=> Yes, I shall (will).
หรือ No, I shall not (shan't) หรือ will not (won't).
2. ถ้าประโยคคำถามขึ้นต้นด้วย Verb to be
เวลาตอบ ก็ต้องใช้ Verb to be
เช่น
Is John going to go to London next week?
=> Yes, he is. หรือ No, he is not (isn't).
Are you going to come to school on foot?
=> Yes, I am. หรือ No, I am not หรือ I'm not.

Wh- Question คือ ประโยคคำถาม
ที่ไม่ต้องการคำตอบว่า Yes หรือ No
แต่ต้องการเป็นรายละเอียด
เวลาออกเสียง ท้ายประโยคไม่ต้องออกเสียงสูงขึ้น

Wh- Question จะแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ
1. ถามเกี่ยวกับประธานของประโยคว่าคือใครหรืออะไร
(ขึ้นต้นด้วย Who หรือ What)

แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1.1 ถ้าประธานเป็นคน
จะถามขึ้นต้นด้วยคำว่า Who
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
Who + will + คำกริยารูปเดิม + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
เช่น
Who will go to the market? (ใครจะไปตลาด)
=> Mary will go to the market. (Mary จะไปตลาด)
Who will sing? (ใครจะร้องเพลง)
=> Jim will sing. (Jim จะร้องเพลง)
1.2 ถ้าประธานเป็นสัตว์หรือสิ่งของ
จะถามขึ้นต้นด้วยคำว่า What
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
What + will + คำกริยารูปเดิม + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
เช่น
What will eat the banana? (อะไรจะกินกล้วย)
=> The monkey will eat the banana. (ลิงจะกินกล้วย)
What will sing? (อะไรจะร้องเพลง)
=> The bird will sing. (นกจะร้องเพลง)
2. ถามเกี่ยวกับกรรมของประโยคว่าคือใครหรืออะไร
(ขึ้นต้นด้วย Who หรือ What)
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

2.1 ถ้ากรรมเป็นคน
จะถามขึ้นต้นด้วยคำว่า Who
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
Who + will + ประธาน + คำกริยารูปเดิม + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
เช่น
Who will you love? (คุณจะรักใคร)
=> I will love John. (ฉันจะรัก John)
Who will Peter kick? (Peter จะเตะใคร)
=> He will kick Jim. (เขาจะเตะ Jim)
2.2 ถ้ากรรมเป็นสัตว์หรือสิ่งของ
จะถามขึ้นต้นด้วยคำว่า What
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
What + will + ประธาน + คำกริยารูปเดิม + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
เช่น
What will Tom eat? (Tom จะทานอะไร)
=> He will eat noodles. (เขาจะทานก๋วยเตี๋ยว)
What will Somsri drink? (สมศรีจะดื่มอะไร)
=> She will drink water. (หล่อนจะดื่มน้ำ)
3. ถามเกี่ยวกับส่วนขยายของกรรม
เช่น ที่ไหน/เมื่อไหร่/อย่างไร ฯลฯ
(จะไม่ขึ้นต้นด้วย Who หรือ What) เช่น
3.1 ถามขึ้นต้นด้วย Where
ถ้าต้องการรายละเอียดว่า "ที่ไหน"
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
Where + will + ประธาน + คำกริยารูปเดิม + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
เช่น
Where will you go tomorrow? (พรุ่งนี้คุณจะไปไหน)
=> I will go to the market tomorrow. (พรุ่งนี้ฉันจะไปตลาด)
3.2 ถามขึ้นต้นด้วย When
ถ้าต้องการรายละเอียดว่า "เมื่อไหร่"
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
When + will + ประธาน + คำกริยารูปเดิม + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
เช่น
When will Robert sing? (Robert จะร้องเพลงเมื่อไหร่)
=> He will sing tonight. (เขาจะร้องเพลงคืนนี้)
3.3 ถามขึ้นต้นด้วย How
ถ้าต้องการรายละเอียดว่า "อย่างไร"
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
How + will + ประธาน + คำกริยารูปเดิม + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
เช่น
How will they come next week? (สัปดาห์หน้าพวกเขาจะมาอย่างไร)
=> They will come on foot next week. (สัปดาห์หน้าพวกเขาจะเดินมา)

 

 แบบฝึกหัด Future Simple Tense

edit @ 13 Dec 2009 15:57:18 by e-learning

Comment

Comment:

Tweet

YMMD with that <a href="http://ndujeyqzrb.com">anersw!</a> TX

#11 By 0iP8tTUB (50.200.90.162) on 2013-08-29 02:05

AKAIK <a href="http://laffbt.com">youv'e</a> got the answer in one!

#10 By LUfBKMwW5yTM (72.232.150.232) on 2013-08-24 20:29

I have exactly what info I want. Check, please. Wait, it's free? Awsoeme!

#9 By WKtEGOpLHB (94.23.238.222) on 2013-08-23 16:55

#8 By ดา (113.53.35.70) on 2013-07-26 09:53

#7 By chanisara (103.7.57.18|27.55.5.63) on 2013-02-28 21:13

#6 By sarunya (103.7.57.18|27.55.136.216) on 2013-02-26 21:24

#5 By รัตติยาพร (103.7.57.18|125.27.135.169) on 2013-02-17 18:35

Good  ดีมากคับ^^'

#4 By Tinๆ (103.7.57.18|49.49.24.196) on 2012-11-20 05:09

good

#3 By ken (172.16.1.226, 118.174.23.124) on 2012-03-16 12:01

ททท

#2 By s (110.77.200.142) on 2012-01-24 12:34

#1 By 005 (180.180.168.110) on 2012-01-16 21:51